? การเพาะพันธ์เลี้ยงปลากัด การอนุบาลลูกปลากัดให้รอดทุกตัว - Powered by PHPWind
ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : การเพาะพันธ์เลี้ยงปลากัด การอนุบาลลูกปลากัดให้รอดทุกตัว
progame ออนไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

การเพาะพันธ์เลี้ยงปลากัด การอนุบาลลูกปลากัดให้รอดทุกตัว

กดแชร์ไปยังเฟซบุ๊คของตัวเองได้ที่นี่ >>>

ปลากัด Bettasplendens Regan  เป็นปลาพื้นเมืองของไทยที่นิยมเพาะเลี้ยงเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้วทั้งนี้เพื่อไว้ดูเล่นและเพื่อกีฬากัดปลาและเป็นที่รู้จักกันดีในต่างประเทศมานานเช่นกันปัจจุบันประเทศไทยมีการเพาะเลี้ยงปลากัดกันอย่างแพร่หลายเนื่องจากเป็นปลาที่เลี้ยงและเพาะพันธุ์ได้ง่ายปีหนึ่ง ๆประเทศไทยได้ส่งปลากัดไปขายต่างประเทศคิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า20 ล้านบาท
ปลากัดพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติมีสีน้ำตาลขุ่นหรือสีเทาแกมเขียวครีบและหางสั้นปลาเพศผู้มีครีบและหางยาวกว่าปลาเพศเมียเล็กน้อยจากการเพาะพันธุ์และการคัดพันธุ์ติดต่อกันมานานทำให้ได้ปลากัดที่มีสีสวยงามหลายสีอีกทั้งลักษณะครีบก็แผ่กว้างใหญ่สวยงามกว่าพันธุ์ดั้งเดิมมากและจากสาเหตุนี้ทำให้มีการจำแนกพันธุ์ปลากัดออกไปได้เป็นหลายชนิดเช่น ปลากัดหม้อ ปลากัดทุ่งปลากัดจีน ปลากัดเขมร เป็นต้นการแพร่กระจายของปลากัดพบทั่วไปทุกภาคของประเทศไทยอาศัยอยู่ในอ่างเก็บน้ำทะเลสาบ หนอง บึง แอ่งน้ำ ลำคลองฯลฯ
ในการเลี้ยงปลากัดเพื่อการต่อสู้มีการคัดเลือกพันธุ์ให้มีคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถใช้ในการต่อสู้โดยเริ่มต้นจากการรวบรวมปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเรียกกันว่าปลากัดป่าหรือปลากัดทุ่งที่มีลำตัวค่อนข้างเล็กบอบบางสีน้ำตาลขุ่นหรือเทาแกมเขียวนำมาเพาะเลี้ยงและคัดพันธุ์หลายชั่วอายุจนได้ปลาที่รูปร่างแข็งแรงลำตัวหนาและใหญ่ขึ้น สีสันสวยสดเช่น สีแดงเข้ม สีน้ำเงินเข้มน้ำตาลเข้มหรือสีผสมระหว่างสีดังกล่าวและเรียกปลากัดที่ได้จากการคัดพันธุ์เพื่อการต่อสู้นี้ว่าปลากัดหม้อ ปลากัดลูกหม้อหรือปลากัดไทยต่อมาได้มีผู้พยายามคัดพันธุ์ปลากัดโดยเน้นความสวยงามเพื่อเลี้ยงไว้ดูเล่นโดยคัดพันธุ์เพื่อให้ได้ปลาที่มีครีบยาวสีสวยซึ่งนิยมเรียกปลากัดลักษณะเช่นนี้ว่าปลากัดจีนหรือปลากัดเขมรต่างประเทศรู้จักปลากัดในนาม Siamesefighting fish
การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลากัด  เนื่องจากปลากัดเป็นปลาที่มีนิสัยก้าวร้าวชอบต่อสู้เมื่ออายุประมาณ 1  1/2 -2เดือนการเลี้ยงปลากัดจึงจำเป็นต้องรีบแยกปลากัดเลี้ยงในภาชนะเพียง1ตัวก่อนที่ปลาจะมีพฤติกรรมต่อสู้กันภาชนะที่เหมาะสมที่สุดควรนำมาใช้เลี้ยงปลากัดได้แก่ขวด(สุรา) ชนิดแบนบรรจุน้ำได้ 150ซีซีเพราะสามารถเรียงกันได้ไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่การแยกเพศจะสังเกตเห็นว่าปลาเพศผู้จะมีลำตัวสีเข้มครีบยาวลายบนลำตัวมองเห็นชัดเจนและขนาดมักจะโตกว่าเพศเมียส่วนปลาเพศเมียจะมีสีซีดจางมีลาดพาดตามยาวลำตัว 2-3 แถบและมักจะมีขนาดเล็กกว่าปลาเพศผู้
น้ำที่ใช้เลี้ยง ปลากัดต้องเป็นน้ำที่สะอาดปราศจากคลอรีนมีความเป็นกรด-ด่าง (pH) ประมาณ 6.5-7.5มีความกระด้าง 75-100มิลลิกรัมต่อลิตรและมีความเป็นด่าง 150-200มิลลิกรัมต่อลิตรควรบรรจุน้ำลงในขวดเพียง 1/2 ขวดเพื่อเว้นช่องว่างให้อากาศได้สัมผัสกับผิวน้ำ
อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาปลากัดเป็นปลาที่ชอบกินสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหารอาหารที่เหมาะสมจะใช้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลากัดได้แก่ ลูกน้ำ หนอนแดง ไรสีน้ำตาล(Artemia) ที่มีชีวิตการให้อาหารควรให้วันละ 1 ครั้งให้ปริมาณที่พอดีปลากินอิ่มอาหารที่ใช้เลี้ยงทุกครั้งควรล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วแช่ในด่างทับทิมเข้มข้น 500-1,000ส่วนในล้านส่วน (0.5-1.0 กรัม/ลิตร)เป็นเวลา 10-20 วินาทีเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับอาหารหลังจากนั้นจึงล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่งการถ่ายเทน้ำควรกระทำสัปดาห์ละ1-2 ครั้ง
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการผสมพันธุ์ปลากัดคือช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม-กันยายนโดยอุณหภูมิน้ำควรอยู่ระหว่าง 26-28องศาเซลเซียส
การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์  ปลาที่นำมาทำการเพาะพันธุ์ควรมีอายุตั้งแต่ 5-6 เดือนขึ้นไปโดยปลาจะให้ไข่ครั้งละประมาณ500-1,000 ฟอง ในฤดูผสมพันธุ์จะสังเกตเห็นความสมบูรณ์เพศของปลาได้ชัดเจนในการคัดเลือกปลาเพื่อผสมพันธุ์มีหลักที่ควรปฏิบัติดังนี้
ปลาเพศผู้  คัดปลาที่แข็งแรง ปราดเปรียวลักษณะสีสดสวยชอบสร้างรังซึ่งเรียกว่า “หวอด”โดยการพ่นฟองอากาศที่มีน้ำเมือกจากปากและลำคอผสมด้วยซึ่งแสดงถึงว่าปลาเพศผู้มีความสมบูรณ์ทางเพศเต็มที่พร้อมที่จะผสมพันธุ์
ปลาเพศเมีย  คัดเลือกปลาที่แข็งแรงสังเกตบริเวณท้องมีลักษณะอูมเป่งและบริเวณใต้ท้องจะมีตุ่มสีขาวใกล้กับรูก้นเห็นได้ชัดเจนซึ่งตุ่มสีขาวนี้เรียกกันว่า“ไข่น้ำ”
วิธีการเพาะพันธุ์          
    [list=1]    
  1. นำขวดปลาเพศผู้และเพศเมียที่มีความสมบูรณ์ทางเพศเต็มที่มาวางติดกัน      ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า “เทียบคู่”      ซึ่งควรจะเป็นบริเวณที่ปราศจากสิ่งรบกวน      จะทำให้ปลาตกใจ      ใช้เวลาเทียบคู่ประมาณ 3-10 วัน
  2.     
  3. จากนั้นนำปลาเพศผู้และเพศเมีย      ใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้สำหรับผสมพันธุ์      เช่น ขันพลาสติก โหลแก้ว กาละมัง      ตู้กระจกหรืออ่างดิน      แล้วใส่พันธุ์ไม้น้ำที่แช่ด่างทับทิมเรียบร้อยแล้ว      ซึ่งชนิดพันธุ์ไม้น้ำที่นิยมใช้      ได้แก่สาหร่ายพุงชะโด      สาหร่ายหางกระรอก จอก      ใบผักตบชวาเป็นต้น
  4.     
  5. เมื่อปลาสามารถปรับตัวให้ชินกับสภาพในภาชนะ      (ประมาณ 1-2 วัน)      ปลาเพศผู้จะเริ่มก่อหวอดติดกับพันธุ์ไม้
  6.     
  7. หลังจากสร้างหวอดเสร็จ      ปลาเพศผู้จะพองตัวกางครีบ      ไล่ต้อนตัวเมียให้ไปอยู่ใต้หวอด
  8.     
  9. ขณะที่ตัวเมียลอยตัวขึ้นมาบริเวณผิวน้ำ      ปลาตัวผู้จะรัดตัวเมียบริเวณช่องอวัยวะเพศ
  10.     
  11. จากนั้นไข่ก็จะหลุดออกมา      พร้อมกับเพศผู้จะฉีดน้ำเชื้อเข้าผสม      และปลาเพศผู้จะตามลงไปใช้ปากดูดไข่อมไว้      ว่ายน้ำขึ้นไปพ่นไข่เข้าไปไว้ในฟองอากาศจนกว่าจะหมด
  12.     
  13. เมื่อสิ้นสุดการวางไข่ปลาเพศผู้จะทำหน้าที่ดูแลไข่เพียงลำพัง      และจะไล่ต้อนปลาเพศเมียไปอยู่ที่มุมภาชนะ
  14.     
  15. หลังจากนั้นรีบนำปลาเพศเมียออกจากภาชนะเพื่อป้องกันไม่ให้ปลาเพศเมียกินไข่
  16.     
  17. ปล่อยให้ปลาเพศผู้ดูแลไข่      2 วัน จึงแยกเพศผู้ออก

การอนุบาลลูกปลาไข่ปลากัดจะฟักเป็นตัวหลังจากได้รับการผสมน้ำเชื้อประมาณ36 ชั่วโมง โดยในช่วงแรกจะมีถุงอาหาร (Yolk sac) ติดตัวมาด้วยดังนั้นช่วง 3-4 วันแรกจึงยังไม่ต้องให้อาหาร เป็นเวลา3—5 วันแล้วจึงเปลี่ยนเป็นตัวอ่อนของไรแดง(Moina)ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นไรแดงเต็มวัยเลี้ยงต่อไปจนกระทั่งปลาสามารถกินลูกน้ำได้และผู้เลี้ยงสามารถแยกเพศปลากัดได้เมื่อปลามีอายุประมาณ1 ? เดือนขึ้นไป
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
ถาม/ตอบ
ประเทศไทยมีกี่จังหวัด(รวมจังหวัดบึงกาฬ)กรอกเฉพาะตัวเลข คำตอบคือ:77
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้